เมื่อตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม +44% โอกาสหรือความเสี่ยง?

เศรษฐกิจของประเทศเวียดนามง เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่าขยายตัวเร็วมาก GDP โตปีละโดยประมาณ 7% เทียบกับไทยที่โตเพียงแค่ราวปีละ 3-4% พูดได้ว่ายอดเยี่ยมในประเทศที่มีการเติบโตสูงมากมาย

ซึ่งเหตุที่รอเคลื่อนเศรษฐกิจเวียดนามก็คือเรื่องของภาคการสร้าง, ภาคการบริการ แล้วก็ภาคการกสิกรรม โดยตัวที่เคลื่อนเศรษฐกิจ luciabet ของเวียดนามเป็นหลักก็คือ

ภาคการสร้าง ที่ช่วยดึง GDP ให้โตขึ้นสูงถึง 14.4% ในปี 2017 เมื่อเทียบกับ 11.9% ในปี 2016 โดยผู้สร้างรายสำคัญๆที่ช่วยดึงให้จำนวนนี้โตก็เป็น Samsung และก็ Formosa ภาคการบริการซึ่งมีรูปทรง 45% ของ GDP เติบโตมากยิ่งกว่าเดิมถึง 7.4% ในปี 2017 ส่วนภาคการกสิกรรมนิดเดียว จำนวนราวๆ 2%

ตอนปี 2011 ประเทศเวียดนามได้กำเนิดวิกฤติเรื่องค่าเงินด่องขึ้นมาจากเรื่องของเสียดุลการค้าบัญชีเดินสะพัดในระดับที่ถือว่าสูง ทำให้ควรมีการประกาศลดค่าเงินด่องไปหลายทีแบบเดียวกัน กระทั่งคนปราศจากความเชื่อถือ นำมาซึ่งการทำให้ตลาดค้าหุ้น luciabet ตรง แม้กระนั้นภายหลังสถานะการณ์นั้นผ่านไป เรื่องราวก็เบาๆคลี่คลายขึ้น ใน 6 ปีที่ล่วงเลยไป

ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามนับว่าทำผลตอบแทนได้สูงมากมาย โดยคิดเป็น ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 18% แล้วก็ในปี 2017 ก่อนหน้านี้ผลตอบแทนได้มากถึง 44.2% นับว่าเยอะที่สุดตลาดหลักทรัพย์หนึ่งของโลกเลย รวมทั้งราคาหุ้นก็ยังไม่แพงมากมาย (แต่ว่าอาจบางทีก็อาจจะผิดราวกับตอนตอนที่เกิดวิกฤติค่าเงินด่องแล้ว)

แต่ว่าถึงแม้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะมองแจ่มใส แม้กระนั้นตลาดค้าหุ้นเวียดนามก็อยู่ไกลตัวจากพวกเรา มีข้อมูลน้อยและก็ยากที่ชาวไทยอย่างพวกเราจะเข้าจิตใจ ก็เลยยอดเยี่ยมในปัจจัยสำคัญที่ขวางพวกเราจากการลงทุน แต่ว่าถ้าผู้ใดกันแน่ที่ต้องการจะลงทุนจริงๆก็มีพวกกองทุนรวมทั้ง ETF หลายๆกองเลยที่ลงทุนในประเทศเวียดนามซึ่งสร้างผลตอบแทนเจริญ ดังเช่นว่า พวกกองทุนดรรชนี พวกเรามั่นใจว่าการลงทุนในประเทศเวียดนามนี้ผ่องใสแน่ๆถ้าลงทุนในระยะยาว เพราะว่าเขาเสมือนไทยยุคแต่ก่อนจริงๆ

Leave Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *